ความรุนแรงในเด็ก

posted on 05 Dec 2007 14:46 by health
 
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket นักวิจัยแนะ พัฒนา ‘หลักสูตรป้องกันการรังแก’ แก้ปัญหาความรุนแรงในเด็ก

 ปัญหาความรุนแรงในเด็กกลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจและหาแนวทางแก้ไขมาโดยตลอด ทั้งนี้ข้อมูลล่าสุดจากโครงการไชด์วอทช์ สถาบันรามจิตติ ซึ่งสำรวจเด็กมัธยมจำนวน 70,000 คนทั่วประเทศ ในช่วงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา พบว่า เด็กได้รับความรุนแรง 9-10% มีการใช้ความรุนแรงรวมทั้งการกระทำทางกาย ทางคำพูด ตบ ตี เตะ ตื้บ โดยหากคิดจากจำนวนเด็กมัธยมขึ้นไปถึงอาชีวศึกษา รวมแล้วมีถึง 700,000 คน นอกจากนั้นยังระบุว่า คดีความรุนแรงของเยาวชนเพิ่มขึ้นในช่วง 2-3 ปี จากมีคดีเด็กก่ออาชญากรรม 80 คดี เพิ่มขึ้นเป็นวันละ 200 คดี หรือประมาณ 40,000 คดีต่อปี ผศ.สมบัติกล่าวว่า จากการศึกษาพบว่า ความรุนแรงส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยที่ใกล้ตัวของเด็กนักเรียนทั้งสิ้น และหากมองย้อนถึงต้นต่อปัญหาความรุนแรงของวัยรุ่นตามหน้าหนังสือพิมพ์จะพบว่า หลายกรณีผู้ก่อเหตุเคยตกเป็นผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงมาก่อน การตอกย้ำด้วยความรุนแรงไม่ว่ารูปแบบใดก็ตามได้ส่งผลสะสมต่อทัศนะคติของผู้นั้น และเมื่อถูกกระตุ้นจนเกิดความกดดันมากๆ ก็จะตอบสนองออกมาด้วยวิธีการที่รุนแรง  ทั้งนี้ การรังแกกันเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งด้วยความก้าวร้าวรุนแรงในกลุ่มเยาวชน ซึ่งพฤติกรรมรังแกกันในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะการทำร้ายจิตใจด้วยการล้อเลียน ดูถูกเหยียดหยามเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ และการลงโทษด้วยความรุนแรงโดยครู พบอยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงต่อเด็กในระยะสั้น คือเป็นผลเสียต่อการเรียนและสุขภาพจิต โดยในระยะยาวอาจมีผลต่อการปรับตัวในสังคมอันนำไปสู่พฤติกรรมก้าวร้าวและต่อต้านสังคมในเด็กซึ่งจะกระทำต่อผู้อื่นต่อๆ ไปอีก โครงการศึกษาเพื่อพัฒนารูปแบบแนวทางการทางการป้องกันความรุนแรงต่อเด็กแบบยั่งยืน ระยะ 2 ซึ่งสนับสนุนโดยมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.)และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) เป็นหนึ่งความพยายามในรูปแบบงานวิจัยกึ่งทดลองในโรงเรียนที่ได้นำหลักสูตรการป้องกันการรังแกกัน ของ แดน โอลวีอัส (Dan Olweus) มาปรับใช้ หลังจากมีการนำไปทดลองใช้และได้ผลในหลายประเทศ พบว่าสามารถลดอัตราการรังแกกันในโรงเรียนลงได้กว่าครึ่ง และมีผลต่อการลดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์อื่นๆ อีกด้วย โดยหลังจากการทดลองนำหลักสูตรการป้องกันการรังแกกันไปใช้ควบคุมในโรงเรียนนำร่อง 2 แห่งในจังหวัดเชียงใหม่ พบว่าอัตราการรังแกกันในโรงเรียนไทยลดลง ทั้งนี้เพื่อความชัดเจนของผลที่ได้ ทำให้ปีที่ 2 ได้ขยายพื้นที่ออกไปครอบคลุมโรงเรียน 11 แห่งใน 6 จังหวัด จากภาคเหนือ 2 แห่ง ภาคกลาง 2 แห่ง ภาคตะวันออก 1 แห่ง ภาคอีสาน 2 แห่ง และภาคใต้ 4 แห่ง รวมจำนวนนักเรียนที่มีส่วนร่วมประมาณ 2,300 คน  จากการสำรวจข้อมูลก่อนดำเนินโครงการพบว่า

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket เด็กนักเรียนถูกเพื่อนรังแก 32.3%  Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ถูกเพื่อนล้อเลียน 45.9% โดยพฤติกรรมการรังแกที่พบมากที่สุด คือ ถูกเยาะเย้ยเรื่องเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ 27.7%

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucketถูกขโมยสิ่งของ 20.9% Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucketถูกทำร้ายร่างกาย 14.8% Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucketและถูกรังแกเรื่องเพศ 11.8%  Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ที่น่าเป็นห่วงต่อการที่เด็กถูกรังแกนั้นข้อมูลระบุว่า

 Photo Sharing and Video Hosting at Photobucketมีการยอมรับว่ารังแกเพื่อนเพียง 21.1% Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucketยอมรับว่าล้อเลียนเพื่อ 17.8%

และยอมรับว่าทำร้ายร่างกายเพื่อน 13%Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket  

และเมื่อถามถึงการช่วยเหลือจากคนรอบข้างพบว่า

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucketเพื่อนพยายามช่วยเหลือถึง 66.3%

และครูพยายามช่วยเหลือ 57.8% Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket  

 

ข้อมูลชี้ชัดว่าว่าเด็กนักเรียนมีพฤติกรรมการรังแกกัน หรือมีพฤติกรรมก้าวร้าวและต่อต้านสังคม หากไม่มีการแก้ไขอย่างจริงจัง ปัญหาก็จะสืบทอดไปอย่างไม่จบสิ้น เมื่อภายหลังดำเนินโครงการในโรงเรียนนำร่องประมาณหนึ่งปีการศึกษา พบพฤติกรรมการรังแกกันลดลงอย่างเห็นได้ชัด

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucketโดยพบเด็กนักเรียนที่ถูกเพื่อนรังแก 28.4%

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucketถูกเพื่อนล้อเลียน Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket 39.4%

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucketพบการถูกเยาะเย้ยเรื่องเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ 23% Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucketถูกขโมยสิ่งของ 18.5% Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket ถูกทำร้ายร่างกาย 13.4%  Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucketและถูกรังแกเรื่องเพศ 11% Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ส่วนการช่วยเหลือปรากฏว่า

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucketเพื่อนพยายามช่วยเหลือ 63.5% Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucketละครูพยายามช่วยเหลือ 58.8%

 

 Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Comment

Comment:

Tweet

ดีๆ

#14 By (202.57.142.226|202.57.142.226) on 2015-02-04 17:03

เย่ๆๆ

#13 By (58.97.76.80|58.97.76.80) on 2014-01-23 13:40

ผมน๊อตอกหัก

#12 By not (117.47.6.190) on 2010-09-09 13:47

ผมน๊อตอกหัก

#11 By (117.47.6.190) on 2010-09-09 13:45

ขอบคุรมากๆๆค่ะสำหรับข้อมูลที่เป็นประดยชน์ในการศึกษาbig smile

#10 By (203.172.244.229) on 2010-07-20 11:10

ขอบคุรมากๆๆค่ะสำหรับข้อมูลที่เป็นประดยชน์ในการศึกษาbig smile

#9 By (203.172.244.229) on 2010-07-20 10:43

#8 By (202.29.39.1) on 2010-07-19 10:51

#7 By มา่สา่ส (180.180.209.80) on 2010-07-13 15:33

sad smile

#6 By foon (119.42.96.179) on 2010-02-14 12:37

#5 By (118.175.217.220) on 2009-12-10 10:18

ขอบคุณสำหรับข้อมูลและประโยชน์
big smile open-mounthed smile big smile

#4 By ส้ม (61.19.35.196) on 2009-06-03 09:38

ทำน่ารักมากเลยค่ะ
ช่วยได้มากเลย
ขอบคุณน่ะค่ะ

#3 By เด็กดี (115.67.149.125) on 2009-01-29 16:08

ผมเป็นเด็กเก็บกดbig smile ไร้นามมาตั้งแต่เกิด sad smile

#2 By เด็กไร้นาม (58.136.224.195) on 2009-01-21 19:40

ขอบคุณนะคะสำหรับข้อมูลที่มีประโยชน์

ขอให้ตั้งใจทำแวปดีดีแบบนี้อีกนะคร้า

ขอบคุณคร้า

#1 By เด็กโขทัย (117.47.136.30) on 2008-12-07 13:05