อุปสรรคของการแก้ไขปัญหาความรุนแรง

1.   ทัศนคติของสังคมที่ยังไม่ยอมรับและเข้าใจในสิทธิของผู้หญิง  และมองว่าการทำร้ายร่างกายจากสามีเป็นเรื่องปกติ และเป็นเรื่องไม่สำคัญ

2.   ความไม่ใจปัญหาความรุนแรง  โดยเฉพาะผู้หญิงที่ไม่มองว่า ความรุนแรงที่ตนได้รับคือการละเมิด  แต่คิดว่าเป็นความชอบธรรมของฝ่ายชายที่สามารถกระทำได้

3.   สังคมมองว่าปัญหาความรุนแรงเป็นเรื่องส่วนตัวของคนสองคนหรือของคนในครอบครัวที่บุคคลที่ 3 ไม่กล้าเข้าไปช่วยเหลือหรือยุ่งเกี่ยวได้  ในขณะที่ผู้ถูกกระทำรุนแรงเองก็ไม่ทราบวิธีการแก้ปัญหา และไม่รู้ว่าจะไปขอความช่วยเหลือจากที่ใด

4.     ขนบธรรมเนียมความเชื่อบางอย่างที่มองความรุนแรงต่อผู้หญิงเป็นเรื่องธรรมดา เช่น บางท้องถิ่นยังมีการส่งลูกสาวมาขายตัว  นอกจากนี้ การขาดการศึกษา และการขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องก็เป็นอุปสรรคที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว

5.   การตีค่าภาระหน้าที่ของหญิงและชายแตกต่างกัน  เช่น งานบ้านมีคุณค่าน้อยกว่างานหารายได้นอกบ้าน ซึ่งส่งผลให้เกิดความรู้สึกที่เหลื่อมล้ำที่ฝ่ายหญิงจะต้องพึ่งพาฝ่ายชาย และเกิดความเชื่อที่ว่าผู้ที่มีอำนาจทางการเงินคือผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า

6.  วัฒนธรรมของสังคมไทยให้ความสำคัญอย่างมากต่อความเสียหายของผู้หญิงในเรื่องเพศ  ผู้หญิงจะถูกมองเชิงลบมาก  จึงเกิดเป็นช่องโหว่ที่ทำให้ผู้หญิงถูกเอาเปรียบ  ถูกทำร้าย  ถูกข่มขืน  เพราะผู้กระทำมีโอกาสที่จะไม่ได้รับโทษสูง  เพราะผู้หญิงรู้สึกอับอายและไม่อยากเอาความ

7.   การดำเนินคดีความในด้านความรุนแรงของครอบครัวยังไม่เป็นไปตามมาตรฐาน  และประเด็นปัญหาก็แตกต่างกันออกไป  อย่างเช่นกรณีข่มขืนก็ยังเป็นคดีที่ยอมความกัน

8.   ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเป็นปัญหาที่ซับซ้อน  ทำให้การดำเนินคดียุ่งยาก และไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด

9.   สังคมยังมีทัศนคติ  ความเชื่อ  และความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสิทธิ  ซึ่งเป็นผลให้มีการต่อต้านกลุ่มที่ทำงานด้านผู้หญิง  และการยอมรับของผู้ชายในเรื่องของความเสมอภาคก็เป็นไปแบบยอมจำนน  เพราะผู้หญิงหลายคนไม่ต้องพึ่งผู้ชายทางเศรษฐกิจต่อไป

10.

 
การปลูกฝังในเรื่องสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นประเด็นสำคัญของปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงยังไม่มี  เมื่อพูดถึงสิทธก็จะเน้นในเรื่องของการละเมิดอำนาจรัฐที่เป็นความผิด

11. สังคมไม่ได้ให้ความสำคัญของปัญหาความรุนแรงในครอบครัวอย่างจริงจัง  และไม่รู้ถึงข้อเท็จจริงว่า ประเทศไทยได้ลงนามในปฏิญญาต่าง ๆ ในระดับสากลที่จะต้องดำเนินการแก้ไขและลดความรุนแรงต่อผู้หญิงแล้ว

12.  การไม่ดำเนินการอย่างจริงจัง ทั้งที่มีนโยบายระดับประเทศรองรับการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงแล้ว

 

  


ปัญหาในการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความรุนแรง

เมื่อเข้ารับการรักษาจากแพทย์   ผู้หญิงบางคนจะปิดบังไม่ยอมบอกถึงสาเหตุของการถูกกระทำ  โดยเฉพาะเด็กเมื่อถูกกระทำมักจะไม่กล้าเล่าให้ฟัง    บ่อยครั้งที่ปัญหาของเด็กเป็นผลกระทบมาจากพ่อแม่   เมื่อพ่อแม่และญาติปิดบังและไม่เปิดเผยปัญหาของตนเอง   แพทย์ก็ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลืออะไรได้มาก


        กรณีที่แพทย์ผู้รักษาไม่สามารถติดตามผลการรักษาได้อย่างต่อเนื่อง  อาจทำให้เกิดการละเลยในการเก็บหลักฐานต่าง ๆ  ยิ่งหากฝ่ายหญิงไม่ได้แจ้งจะดำเนินคดี   ทำให้ไม่มีการเก็บหลักฐาน หรือเก็บได้ไม่ครบถ้วน  ยกเว้นแต่กรณีที่ถูกกระทำรุนแรงมาก  และฝ่ายแพทย์ได้พิจารณาเห็นว่าน่าจะแจ้งความ  แต่ผู้ถูกกระทำไม่ติดใจเอาความก็จะทำให้แพทย์เกิดความลำบากใจ  เพราะไม่แน่ใจในบทบาท  และคนนอกก็จะทำตัวลำบาก


        -  เมื่อเข้ารับการบำบัดจากแพทย์  หากให้ผู้ชายเข้ามาคุยปัญหาด้วย  ความสัมพันธ์ระหว่างสามีและภรรยาอาจเลวลงก็ได้  เพราะผู้ชายซึ่งเป็นผู้กระทำมักไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นผู้สร้างปัญหา


        ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวต่างจากปัญหาอาชญากรรมทั่วไป  เพราะผู้หญิงยังต้องติดต่อกับผู้กระทำตลอดเวลา


        -  เมื่อนักสังคมสงเคราะห์ที่ให้ความช่วยเหลือผู้ถูกกระทำรุนแรงโ