อุปสรรคของการแก้ไขปัญหาความรุนแรง

1.   ทัศนคติของสังคมที่ยังไม่ยอมรับและเข้าใจในสิทธิของผู้หญิง  และมองว่าการทำร้ายร่างกายจากสามีเป็นเรื่องปกติ และเป็นเรื่องไม่สำคัญ

2.   ความไม่ใจปัญหาความรุนแรง  โดยเฉพาะผู้หญิงที่ไม่มองว่า ความรุนแรงที่ตนได้รับคือการละเมิด  แต่คิดว่าเป็นความชอบธรรมของฝ่ายชายที่สามารถกระทำได้

3.   สังคมมองว่าปัญหาความรุนแรงเป็นเรื่องส่วนตัวของคนสองคนหรือของคนในครอบครัวที่บุคคลที่ 3 ไม่กล้าเข้าไปช่วยเหลือหรือยุ่งเกี่ยวได้  ในขณะที่ผู้ถูกกระทำรุนแรงเองก็ไม่ทราบวิธีการแก้ปัญหา และไม่รู้ว่าจะไปขอความช่วยเหลือจากที่ใด

4.     ขนบธรรมเนียมความเชื่อบางอย่างที่มองความรุนแรงต่อผู้หญิงเป็นเรื่องธรรมดา เช่น บางท้องถิ่นยังมีการส่งลูกสาวมาขายตัว  นอกจากนี้ การขาดการศึกษา และการขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องก็เป็นอุปสรรคที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว

5.   การตีค่าภาระหน้าที่ของหญิงและชายแตกต่างกัน  เช่น งานบ้านมีคุณค่าน้อยกว่างานหารายได้นอกบ้าน ซึ่งส่งผลให้เกิดความรู้สึกที่เหลื่อมล้ำที่ฝ่ายหญิงจะต้องพึ่งพาฝ่ายชาย และเกิดความเชื่อที่ว่าผู้ที่มีอำนาจทางการเงินคือผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า

6.  วัฒนธรรมของสังคมไทยให้ความสำคัญอย่างมากต่อความเสียหายของผู้หญิงในเรื่องเพศ  ผู้หญิงจะถูกมองเชิงลบมาก  จึงเกิดเป็นช่องโหว่ที่ทำให้ผู้หญิงถูกเอาเปรียบ  ถูกทำร้าย  ถูกข่มขืน  เพราะผู้กระทำมีโอกาสที่จะไม่ได้รับโทษสูง  เพราะผู้หญิงรู้สึกอับอายและไม่อยากเอาความ

7.   การดำเนินคดีความในด้านความรุนแรงของครอบครัวยังไม่เป็นไปตามมาตรฐาน  และประเด็นปัญหาก็แตกต่างกันออกไป  อย่างเช่นกรณีข่มขืนก็ยังเป็นคดีที่ยอมความกัน

8.   ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเป็นปัญหาที่ซับซ้อน  ทำให้การดำเนินคดียุ่งยาก และไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด

9.   สังคมยังมีทัศนคติ  ความเชื่อ  และความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสิทธิ  ซึ่งเป็นผลให้มีการต่อต้านกลุ่มที่ทำงานด้านผู้หญิง  และการยอมรับของผู้ชายในเรื่องของความเสมอภาคก็เป็นไปแบบยอมจำนน  เพราะผู้หญิงหลายคนไม่ต้องพึ่งผู้ชายทางเศรษฐกิจต่อไป

10.

 
การปลูกฝังในเรื่องสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นประเด็นสำคัญของปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงยังไม่มี  เมื่อพูดถึงสิทธก็จะเน้นในเรื่องของการละเมิดอำนาจรัฐที่เป็นความผิด

11. สังคมไม่ได้ให้ความสำคัญของปัญหาความรุนแรงในครอบครัวอย่างจริงจัง  และไม่รู้ถึงข้อเท็จจริงว่า ประเทศไทยได้ลงนามในปฏิญญาต่าง ๆ ในระดับสากลที่จะต้องดำเนินการแก้ไขและลดความรุนแรงต่อผู้หญิงแล้ว

12.  การไม่ดำเนินการอย่างจริงจัง ทั้งที่มีนโยบายระดับประเทศรองรับการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงแล้ว

 

  


ปัญหาในการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความรุนแรง

เมื่อเข้ารับการรักษาจากแพทย์   ผู้หญิงบางคนจะปิดบังไม่ยอมบอกถึงสาเหตุของการถูกกระทำ  โดยเฉพาะเด็กเมื่อถูกกระทำมักจะไม่กล้าเล่าให้ฟัง    บ่อยครั้งที่ปัญหาของเด็กเป็นผลกระทบมาจากพ่อแม่   เมื่อพ่อแม่และญาติปิดบังและไม่เปิดเผยปัญหาของตนเอง   แพทย์ก็ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลืออะไรได้มาก


        กรณีที่แพทย์ผู้รักษาไม่สามารถติดตามผลการรักษาได้อย่างต่อเนื่อง  อาจทำให้เกิดการละเลยในการเก็บหลักฐานต่าง ๆ  ยิ่งหากฝ่ายหญิงไม่ได้แจ้งจะดำเนินคดี   ทำให้ไม่มีการเก็บหลักฐาน หรือเก็บได้ไม่ครบถ้วน  ยกเว้นแต่กรณีที่ถูกกระทำรุนแรงมาก  และฝ่ายแพทย์ได้พิจารณาเห็นว่าน่าจะแจ้งความ  แต่ผู้ถูกกระทำไม่ติดใจเอาความก็จะทำให้แพทย์เกิดความลำบากใจ  เพราะไม่แน่ใจในบทบาท  และคนนอกก็จะทำตัวลำบาก


        -  เมื่อเข้ารับการบำบัดจากแพทย์  หากให้ผู้ชายเข้ามาคุยปัญหาด้วย  ความสัมพันธ์ระหว่างสามีและภรรยาอาจเลวลงก็ได้  เพราะผู้ชายซึ่งเป็นผู้กระทำมักไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นผู้สร้างปัญหา


        ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวต่างจากปัญหาอาชญากรรมทั่วไป  เพราะผู้หญิงยังต้องติดต่อกับผู้กระทำตลอดเวลา


        -  เมื่อนักสังคมสงเคราะห์ที่ให้ความช่วยเหลือผู้ถูกกระทำรุนแรงโทรศัพท์ไปเพื่อติดตามผล  ก็มักไม่ได้รับความร่วมมือ  และกฎหมายก็ยังไม่เอื้ออำนายต่อการทำงานของนักสังคม สงเคราะห์เท่าที่ควร  จึงทำให้การทำงานเสมือนการละเมิดเรื่องครอบครัว


        ผู้ประสบปัญหาไม่กล้าก้าวออกจากปัญหา  ไม่กล้าเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเอง  ดังนั้น การจะเปลี่ยนความคิดของผู้ถูกกระทำจึงเป็นเรื่องยาก  การแก้ปัญหาการกระทำรุนแรงจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุที่ไม่จบสิ้น


        -  การประสานความช่วยเหลือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ยังเป็นไปตามเวลาราชการ และไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง  จึงไม่สามารถช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาได้อย่างเต็มที่


        เมื่อปัญหาความรุนแรงไปถึงตำรวจ  ภรรยาเข้าแจ้งความเพื่อประสงค์ให้ตำรวจช่วยยุติความรุนแรงมากกว่าจะดำเนินคดีกับสามีของตน  หรือในกรณีที่ภรรยาบางรายยืนยันจะดำเนินคดี  ก็หมายความว่าจะต้องขังและส่งศาล ปัญหาที่ตามมาคือ เมื่อขังแล้วจะเกิดภาระว่า ลูกเมียจะมาเยี่ยมหรือไม่


        -  เมื่อภรรยาแจ้งความกับตำรวจแล้ว  ภายหลังเกิดเปลี่ยนใจบอกไม่เอาความ และอาจไม่ให้ความร่วมมือในการมาเป็นพยาน หรือหลบหนีการเป็นพยาน   ตำรวจเองก็ลำบากใจ  จึงไม่แน่ใจว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกทางหรือไม่


        การดำเนินคดีจะดูแค่การกระทำและปลายเหตุ  โดยไม่มีการถามถึงสาเหตุพื้นฐานและที่มา


        -  การลงโทษผู้กระทำตามกระบวนการทางกฎหมายเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะหากดำเนินกับผู้กระทำด้วยการจับเข้าคุกเพียงอย่างเดียว  แต่ไม่มีการบำบัด รักษาหรือฟื้นฟูจิตใจก็เป็นการก้ปัญหาไม่ถูกจุด  เพราะปัญหาเดิมก็จะเวียนกลับมาอีกไม่รู้จบ


        ขั้นตอนการของพิจารณาคดียังซ้ำเติมผู้เสียหาย  โดยเฉพาะกรณีการข่มขืน เมื่อมีการพิจารณาคดี ชื่อของผู้ถูกกระทำจะปรากฎในคำพิพากษาและฎีกา


       
เมื่อเกิดความรุนแรงขึ้น  ผู้หญิงมักเป็นฝ่ายที่ต้องย้ายออกจากบ้าน  เพราะกลไกทางกฎหมายยังไม่เอื้อให้ผู้ถูกกระทำต้องย้ายออกจากบ้าน

  

 

 วิธีจัดการปัญหากับผู้กระทำรุนแรง  

เมื่อผู้หญิงขอความช่วยเหลือจากจิตแพทย์  ทางออกที่ดีคือควรขอความร่วมมือจากสามีซึ่งเป็นผู้กระทำรุนแรง  เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นมักเป็นปัญหาการสื่อสารระหว่างกัน    หากสามารถปรับทัศนคติและความคิดเห็นของทั้งสองฝ่ายให้ตรงกันแล้วก็จะสามารถ ลดความขัดแย้งที่จะนำไปสู่ความรุนแรงได้
ตำรวจอาจใช้วิธีไกล่เกลี่ยด้วยการบันทึกข้อตกลงคาดโทษ หรือทำทัณฑ์บน  ก่อนจะดำเนินคดีอย่างจริงจังในครั้งต่อไป

หากการจับกุมเพื่อดำเนินคดีมีผลเสีย ก็ให้ผู้กระทำรุนแรงเข้ารับการอบรมเพื่อแก้ไขพฤติกรรมรุนแรงแทน โดยสามารถขอความช่วยเหลือจากกรมคุมประพฤติที่เป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการแก้ไขพฤติกรรมรุนแรง และยังช่วยติดตาม คุ้มครอง และดูแล
การลงโทษเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมความรุนแรงได้  การบำบัดฟื้นฟูและควบคุมความประพฤติจะสามารถแก้ไขปัญหาในระยะยาวได้
 
จำกัดสิทธิในการดูแลลูก จนกว่าจะลดลดพฤติกรรมก้าวร้าวและรุนแรง ลง
ผู้กระทำรุนแรงจะต้องแก้ไขพฤติกรรมและรุนแรงอย่างจริงจัง  โดยอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เช่น  จิตแพทย์  นักสังคมสงเคราะห์  ตำรวจ  อัยการ ฯลฯ  หากแก้ไขตนเองไม่ได้ก็ควรกันตัวเองออกจากสังคม  เช่น กักบริเวณ  ติดตามเฝ้าระวัง  หรือหากบางรายที่เกิดจากสารเคมีในสมองหรือฮอร์โมนในร่างกายที่ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมก้าวร้าวและรุนแรง ก็ต้องได้รับการบำบัดและรักษาอย่างต่อเนื่องและจริ
งจัง

edit @ 8 Dec 2007 12:28:01 by untitled

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

ขอบคุณมากครับ
ผมกำลังต้องการข้อมูลเรื่องนี้ไปใช้พอดี

#1 By fujiwara_kyo (125.24.38.224) on 2008-10-24 19:45

ต้องการข้อมูลพอดี

ขอบคุณมากมายค่ะ ^^

#2 By ๐ONooBeeO๐ (125.26.90.11) on 2009-01-27 20:53

บ้าquestion

#3 By จัสมิน (118.173.204.178) on 2009-02-25 22:05

ชอบจัสมินมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#4 By เอิร์ท (118.173.204.178) on 2009-02-25 22:06

อยากเอากระดอแทงหี อยากเลียหี อยากจับนมผู้หญิง

#5 By ไม่บอก (118.173.204.178) on 2009-02-25 22:10

ขอคุนอ่ะ DD มากๆเลยอ่ะopen-mounthed smile

#6 By คนน่ารัก (125.25.89.221) on 2009-03-04 18:58

open-mounthed smile open-mounthed smile ขอบใจ

#7 By (61.91.162.49) on 2009-04-10 17:00

open-mounthed smile confused smile confused smile confused smile confused smile ขอบคุงมากมากคราบบบบบบบบบบบ

#8 By (61.91.162.49) on 2009-04-10 17:04

ขอบคุนนะคะที่ให้คำแนะนำbig smile big smile big smile

#9 By -----=-----=----- (125.26.25.127) on 2009-04-16 21:09

#10 By (124.121.176.142) on 2009-05-30 08:00

#11 By (125.26.203.82) on 2009-07-04 21:09

ขอบคุณค่า

#12 By (118.174.101.22) on 2009-07-16 12:30

ปัญหาในการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความรุนแรง

- เมื่อเข้ารับการรักษาจากแพทย์ ผู้หญิงบางคนจะปิดบังไม่ยอมบอกถึงสาเหตุของการถูกกระทำ โดยเฉพาะเด็กเมื่อถูกกระทำมักจะไม่กล้าเล่าให้ฟัง บ่อยครั้งที่ปัญหาของเด็กเป็นผลกระทบมาจากพ่อแม่ เมื่อพ่อแม่และญาติปิดบังและไม่เปิดเผยปัญหาของตนเอง แพทย์ก็ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลืออะไรได้มาก


- กรณีที่แพทย์ผู้รักษาไม่สามารถติดตามผลการรักษาได้อย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดการละเลยในการเก็บหลักฐานต่าง ๆ ยิ่งหากฝ่ายหญิงไม่ได้แจ้งจะดำเนินคดี ทำให้ไม่มีการเก็บหลักฐาน หรือเก็บได้ไม่ครบถ้วน ยกเว้นแต่กรณีที่ถูกกระทำรุนแรงมาก และฝ่ายแพทย์ได้พิจารณาเห็นว่าน่าจะแจ้งความ แต่ผู้ถูกกระทำไม่ติดใจเอาความก็จะทำให้แพทย์เกิดความลำบากใจ เพราะไม่แน่ใจในบทบาท และคนนอกก็จะทำตัวลำบาก


- เมื่อเข้ารับการบำบัดจากแพทย์ หากให้ผู้ชายเข้ามาคุยปัญหาด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างสามีและภรรยาอาจเลวลงก็ได้ เพราะผู้ชายซึ่งเป็นผู้กระทำมักไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นผู้สร้างปัญหา


- ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวต่างจากปัญหาอาชญากรรมทั่วไป เพราะผู้หญิงยังต้องติดต่อกับผู้กระทำตลอดเวลา


- เมื่อนักสังคมสงเคราะห์ที่ให้ความช่วยเหลือผู้ถูกกระทำรุนแรงโทรศัพท์ไปเพื่อติดตามผล ก็มักไม่ได้รับความร่วมมือ และกฎหมายก็ยังไม่เอื้ออำนายต่อการทำงานของนักสังคม สงเคราะห์เท่าที่ควร จึงทำให้การทำงานเสมือนการละเมิดเรื่องครอบครัว


- ผู้ประสบปัญหาไม่กล้าก้าวออกจากปัญหา ไม่กล้าเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเอง ดังนั้น การจะเปลี่ยนความคิดของผู้ถูกกระทำจึงเป็นเรื่องยาก การแก้ปัญหาการกระทำรุนแรงจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุที่ไม่จบสิ้น


- การประสานความช่วยเหลือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ยังเป็นไปตามเวลาราชการ และไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง จึงไม่สามารถช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาได้อย่างเต็มที่


- เมื่อปัญหาความรุนแรงไปถึงตำรวจ ภรรยาเข้าแจ้งความเพื่อประสงค์ให้ตำรวจช่วยยุติความรุนแรงมากกว่าจะดำเนินคดีกับสามีของตน หรือในกรณีที่ภรรยาบางรายยืนยันจะดำเนินคดี ก็หมายความว่าจะต้องขังและส่งศาล ปัญหาที่ตามมาคือ เมื่อขังแล้วจะเกิดภาระว่า ลูกเมียจะมาเยี่ยมหรือไม่


- เมื่อภรรยาแจ้งความกับตำรวจแล้ว ภายหลังเกิดเปลี่ยนใจบอกไม่เอาความ และอาจไม่ให้ความร่วมมือในการมาเป็นพยาน หรือหลบหนีการเป็นพยาน ตำรวจเองก็ลำบากใจ จึงไม่แน่ใจว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกทางหรือไม่


- การดำเนินคดีจะดูแค่การกระทำและปลายเหตุ โดยไม่มีการถามถึงสาเหตุพื้นฐานและที่มา


- การลงโทษผู้กระทำตามกระบวนการทางกฎหมายเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะหากดำเนินกับผู้กระทำด้วยการจับเข้าคุกเพียงอย่างเดียว แต่ไม่มีการบำบัด รักษาหรือฟื้นฟูจิตใจก็เป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุด เพราะปัญหาเดิมก็จะเวียนกลับมาอีกไม่รู้จบ


- ขั้นตอนการของพิจารณาคดียังซ้ำเติมผู้เสียหาย โดยเฉพาะกรณีการข่มขืน เมื่อมีการพิจารณาคดี ชื่อของผู้ถูกกระทำจะปรากฎในคำพิพากษาและฎีกา


- เมื่อเกิดความรุนแรงขึ้น ผู้หญิงมักเป็นฝ่ายที่ต้องย้ายออกจากบ้าน เพราะกลไกทางกฎหมายยังไม่เอื้อให้ผู้ถูกกระทำต้องย้ายออกจากบ้าน

#13 By myim (222.123.132.74) on 2009-07-20 18:57

อุปสรรคของการแก้ไขปัญหาความรุนแรง

1. ทัศนคติของสังคมที่ยังไม่ยอมรับและเข้าใจในสิทธิของผู้หญิง และมองว่าการทำร้ายร่างกายจากสามีเป็นเรื่องปกติ และเป็นเรื่องไม่สำคัญ

2. ความไม่ใจปัญหาความรุนแรง โดยเฉพาะผู้หญิงที่ไม่มองว่า ความรุนแรงที่ตนได้รับคือการละเมิด แต่คิดว่าเป็นความชอบธรรมของฝ่ายชายที่สามารถกระทำได้

3. สังคมมองว่าปัญหาความรุนแรงเป็นเรื่องส่วนตัวของคนสองคนหรือของคนในครอบครัวที่บุคคลที่ 3 ไม่กล้าเข้าไปช่วยเหลือหรือยุ่งเกี่ยวได้ ในขณะที่ผู้ถูกกระทำรุนแรงเองก็ไม่ทราบวิธีการแก้ปัญหา และไม่รู้ว่าจะไปขอความช่วยเหลือจากที่ใด

4. ขนบธรรมเนียมความเชื่อบางอย่างที่มองความรุนแรงต่อผู้หญิงเป็นเรื่องธรรมดา เช่น บางท้องถิ่นยังมีการส่งลูกสาวมาขายตัว นอกจากนี้ การขาดการศึกษา และการขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องก็เป็นอุปสรรคที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว

5. การตีค่าภาระหน้าที่ของหญิงและชายแตกต่างกัน เช่น งานบ้านมีคุณค่าน้อยกว่างานหารายได้นอกบ้าน ซึ่งส่งผลให้เกิดความรู้สึกที่เหลื่อมล้ำที่ฝ่ายหญิงจะต้องพึ่งพาฝ่ายชาย และเกิดความเชื่อที่ว่าผู้ที่มีอำนาจทางการเงินคือผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า

6. วัฒนธรรมของสังคมไทยให้ความสำคัญอย่างมากต่อความเสียหายของผู้หญิงในเรื่องเพศ ผู้หญิงจะถูกมองเชิงลบมาก จึงเกิดเป็นช่องโหว่ที่ทำให้ผู้หญิงถูกเอาเปรียบ ถูกทำร้าย ถูกข่มขืน เพราะผู้กระทำมีโอกาสที่จะไม่ได้รับโทษสูง เพราะผู้หญิงรู้สึกอับอายและไม่อยากเอาความ

7. การดำเนินคดีความในด้านความรุนแรงของครอบครัวยังไม่เป็นไปตามมาตรฐาน และประเด็นปัญหาก็แตกต่างกันออกไป อย่างเช่นกรณีข่มขืนก็ยังเป็นคดีที่ยอมความกัน

8. ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเป็นปัญหาที่ซับซ้อน ทำให้การดำเนินคดียุ่งยาก และไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด

9. สังคมยังมีทัศนคติ ความเชื่อ และความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสิทธิ ซึ่งเป็นผลให้มีการต่อต้านกลุ่มที่ทำงานด้านผู้หญิง และการยอมรับของผู้ชายในเรื่องของความเสมอภาคก็เป็นไปแบบยอมจำนน เพราะผู้หญิงหลายคนไม่ต้องพึ่งผู้ชายทางเศรษฐกิจต่อไป

10.

การปลูกฝังในเรื่องสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นประเด็นสำคัญของปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงยังไม่มี เมื่อพูดถึงสิทธก็จะเน้นในเรื่องของการละเมิดอำนาจรัฐที่เป็นความผิด

11. สังคมไม่ได้ให้ความสำคัญของปัญหาความรุนแรงในครอบครัวอย่างจริงจัง และไม่รู้ถึงข้อเท็จจริงว่า ประเทศไทยได้ลงนามในปฏิญญาต่าง ๆ ในระดับสากลที่จะต้องดำเนินการแก้ไขและลดความรุนแรงต่อผู้หญิงแล้ว

12. การไม่ดำเนินการอย่างจริงจัง ทั้งที่มีนโยบายระดับประเทศ

#14 By 3565 (222.123.132.74) on 2009-07-20 19:05

ขอบคุณน่ะค่ะ

#15 By ooOOoo (222.123.64.158) on 2009-07-28 22:35

#16 By พัชรินทร์ (222.123.250.21) on 2009-08-08 15:29

ดีจัง

#17 By za (125.25.111.148) on 2009-08-16 10:31

ขอบพระ คุน ค่ะ
^^~

#18 By ฟรอย ๆ (125.25.200.224) on 2009-09-14 21:54

Thx. ^^

#19 By CCM (125.26.210.86) on 2009-10-20 19:31

question question

#20 By ... (125.24.74.133) on 2009-11-23 17:25

ครอบนะคะ
มีลายละเอียดเยอะมากเลขคะ
surprised smile big smile

#21 By (114.128.164.232) on 2010-01-14 19:33

#22 By ท่ทา (202.143.158.206) on 2010-01-27 10:46

555+

#23 By เเม่ทราย (118.172.133.44) on 2010-01-27 15:59

ข้อมูลดีมากเลยค่ะ

#24 By kittika (202.143.152.43) on 2010-02-11 08:54

#25 By asas (124.122.185.179) on 2010-06-06 19:46

confused smile confused smile confused smile tank

#26 By gun (124.122.185.179) on 2010-06-06 19:46

ได้ทำงานส่งอาจารย์พอดีเลย ขอบคุณมากๆๆค่ะ

#27 By เด็กน้อย (124.157.164.242) on 2010-06-08 14:12

<a href="http://xvfbszxpslfgheu.com">pivpbstzuvviscf</a> http://htnsayfjpyqpkmm.com [url=http://qolbbvxrebvfvdh.com]nessgciasxlvdod[/url]

#28 By velkvwurrj (94.102.52.87) on 2010-06-14 07:20

#29 By อะเ (125.25.207.241) on 2010-06-22 08:55

ไม่ดี

#30 By บา นาน (125.25.207.241) on 2010-06-22 08:56

ไม่ดี

#31 By บา นาน (125.25.207.241) on 2010-06-22 08:56

ผู้ชายนิสัยหมา ชาติหน้ามันจะเนเหมื่อนผู้หญิง(ที่ถูกกระทำ)

#32 By 558565 (113.53.126.201) on 2010-07-12 16:55

iloveyou

#33 By วิว (182.93.186.8) on 2010-07-30 13:27

รักคุณ

#34 By วิว (182.93.186.8) on 2010-07-30 13:30

ชอบตู่มากมาย surprised smile double wink

#35 By ทักษพร (182.93.186.8) on 2010-07-30 13:32

รักวิวมากมาย

#36 By มาย (182.93.186.8) on 2010-07-30 13:34

ขอบคุณสำหรับข้อมูลต่างๆที่ให้มา ทำให้มีข้อมูลเพิ่มมากยิ่งขึ้น big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question

#37 By KaTai (1.46.108.184) on 2010-08-01 19:49

รุ่นพี่เรานี่เอง ขอบคุณมากค่ะ ^^

#38 By MP6 (112.142.92.228) on 2010-08-04 22:21

ทุกๆคนช่วยฟังปัญหาของฉันหน่อยฉันไม่ไหวแล้ว ฉันเป็นเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้หญิงตอนนี้ฉันอายุ 16 ปีแล้วทุกคนรอบข้างมีแต่คนชมว่าฉันเรียนดีเพราะว่าฉันได้เกรดเฉลี่ยประมาณ 3.7 ขึ้นไปทุกๆปีที่ผลเกรดออกตั้งแต่ฉันอยู่ ม. 1แล้ว และหลายๆคนก็บอกว่าฉันน่ารัก หรือพูดว่าทำไมฉันผิวขาวจังเลย ฉันก็ภูมิใจมากที่มีแต่คนชมฉันแต่มันก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาของฉันได้เลยเพราะว่าที่บ้านของฉันมี พ่อ แม่ และพี่สาวอีก 2 คน พ่อชอบตบตีฉันทั้งๆที่ฉันแค่ดูทีวีตามที่เพื่อนแนะนำหาว่าฉันโง่ไปหลงเชื่อคนอื่นเสียเวลาทำงาน และฉันร้องไห้ออกมาทีไรแม่ก็จะด่าว่าแค่นี้ก็ทนไม่ได้แล้วจะมีปัญญาที่ไหนไปมีชีวิต หลายครั้งที่ฉันได้ยินอย่างนี้แต่ฉันก็พยายามปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็นไร แม่อาจจะสอนว่าอย่ายอมอะไรง่ายๆก็ได้ แต่มันมีหลายครั้งและเริ่มหยาบคายลงเรื่อยๆจนฉันเครียดมาก และสำหรับพี่สาวที่น่ารักทั้ง 2 คน พวกพี่ๆก็สวยนั่นแหละแต่พวกพี่ๆชอบตบตี และ ด่าทอฉันอยู่เรื่อย หาว่าฉันแก่แดดบ้างแหละ หาว่าฉันอ่อยผู้ชายบ้างแหละ และมีบางครั้งที่พวกพี่มักใช้กำลังตบตีฉันเพื่อเอาเงินที่ฉันสะสมไป พอฉันร้องไห้ขอให้แม่ช่วยแม่ก็จะทำหน้ารำคาญและพูดว่า เรื่องของแกแกก็จัดการเองสิ อยู่หลายครั้ง
เนื่องจากปัญหาครอบครัวฉันจึงไม่ค่อยสนใจเพื่อนเท่าไหร่และตั้งหน้าตั้งตาเรียนอย่างเดียว ในที่สุดฉันก็โดนเพื่อนๆบอยคอต ไม่คบกับฉัน ฉันเครียดมากๆจนคิดจะฆ่าตัวตายหลายครั้งและที่สำคัญกว่านั้นฉันโดนเพื่อน หลายคนรุมทำร้ายฉัน ทั้ง ตบ ต่อย เตะ เพราะหาว่าฉันทำตัวเด่นเพื่อที่ตัวเองจะได้เป็นที่ชื่นชอบ และ ได้ถือป้ายในงานโรงเรียน ฉันไม่เข้าใจเลย ทำไมฉันต้องโดนทำร้าย เพียงเพราะแค่ได้ถือป้าย
และหลายๆครั้งที่ฉันโดนเพื่อนทำร้าย เช่น ตอนที่ฉันเห็นพวกรุ่นพี่กำลังตบตีกัน ฉันก็ไปฟ้องครู ครูก็พาพวกรุ่นพี่ไปห้องปกครอง ทว่า วันต่อมาฉันกลับโดนตบด้วยข้อหาว่า ดันสอดรู้สอดเห็นไม่ถูกที่
ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ ฉันก็โดนพวกพี่ๆทำร้ายเหมือนเดิมและแม่ก็ไม่แยแสเหมือนเดิม และฉันมักโดนเพื่อนๆแกล้ง เห็นฉันเป็นตัวประหลาด แต่ฉันไม่โต้ตอบจนโดนเรียกว่า ยัยหงอ

#39 By วาวา (222.123.135.82) on 2010-08-17 15:42

รักเทอเสมอ
e9] surprised smile

#40 By จินตนาการ ไม่ระบุ (182.93.207.83) on 2010-08-23 13:26

วาวามันเป้นความรุนแรง และกดดันมากนะ พี่เข้าใจมาก แต่ที่ฟังดูแล้ว เราลองสำรวจพฤติกรรมเบื้องต้นของเราดผุ มาวิเคราะห์ดู อาจแก้ไขได้เพราะเรายังมีโอกาสเจอเพื่อนใหม่ แต่สังคมที่บ้านมันแย่มากนะ ที่บ้านน้องทำงานอะไรคะ แลกเปลียนความคิดหรือปรึกษาได้นะคะ 089-4000169

#41 By ลูกแก้ว (111.84.48.46) on 2010-08-31 19:41

ฉันมีปัญหาครอบครัวดิฉันมีพี่น้อง3คนมีน้องสาว1น้องชาย1น้องสาวอายุต่างจากดิฉัน10ปีดิฉันมีสามีแล้วและพาสามีเข้าไปอยู่ในบ้านนานกว่า15ปีตั่งแต่น้องสาวยังเด็กจนปัจจุบันพึ่งมารู้ว่าสามีดิฉันแอบชอบน้องสาวแต่น้องดิฉันไม่สนจนเกิดปัญหาในบ้านดิฉันสามีต้องออกมาอยู่ข้างนอกแต่มิวายสามีก็บ่นถึงน้องสาวและบ่นว่ารักน้องสาวดิฉันให้ดิฉันฟังทุกวันถามดิฉันว่าเมือ่ไรน้องจะใจอ่อนรับรักแต่ดิฉันรู้ดีว่าไม่มีวันดิฉันต้องทนอยู่ด้วยเพราะลูกทั้ง3คนจนดิฉันจะรับไม่ไว้แล้ว

#42 By อดทน (180.180.137.37) on 2010-11-24 12:03

ขอบคุณนะค่ะ

#43 By moome (115.67.95.151) on 2010-12-11 13:11

อีเหี้ย confused smile angry smile embarrassed wink

#44 By 0000000000 (182.93.196.60) on 2011-02-14 09:19

อิอิconfused smile

#45 By muk (61.90.42.30) on 2011-08-09 18:24

555+big smile open-mounthed smile confused smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry

#46 By muk (61.90.42.30) on 2011-08-09 18:26

ขอบคุณมากค่ะconfused smile

#47 By JaJar (27.130.71.10) on 2011-11-10 14:58

ขอบคุนคับ

#48 By nuy (182.93.196.175) on 2012-03-02 10:07

เรียน หาข้อมูลเพื่อทำรายงานส่ง แต่ปัญหาอยู่ข้างหน้าตัวเองแท้ๆไม่สนใจช่วยกันแก้ไข ไม่ให้ความช่วยเหลือ ....เคยคิดไม๊ว่าคุณเรียนไปทำไม

#49 By บังเอิญผ่านมา (223.207.229.237) on 2012-03-26 09:12

ขอบคุณค่ะ Hot! Hot!

#50 By lolicy on 2012-06-02 15:06